|
|
|
ประวัติความเป็นมาของหมู่ 4 บ้านศาลาสอง
คำว่า ศาลาสอง แปลว่า วอกะ
บ้านศาลาสองแต่เดิมหมู่บ้านนี้ไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่เลยจะมีแต่ศาลาอยู่ 2 ลูก อยู่คู่กันและมีบ่อน้ำอยู่ใกล้กับศาลา 2 ลูกนี้ เป็นเอกลักษณ์ ศาลา 2
ลูกนี้จะเป็นที่พักหลบร้อนของผู้คน ในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่เดินทางผ่านมาทางศาลา 2 ลูกนี้ และจะใช้น้ำในบ่อไว้ดื่มแก้ร้อน แก้เหนื่อย
คนแรกที่มาปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านนี้ คือ นายหะยีมะ ซึ่งปลูกบ้านเรือนใกล้ศาลา 2 ลูกนี้ และบ่อน้ำโบราณ
ปัจจุบันนายหะยีมะได้เสียชีวิตแล้วต่อมามีชาวบ้านจากหมู่อื่น ตำบลอื่น เช่น ม.5 ,ม.3 ,ม.6 และบ้านบือแนปีแน ต.ประจัน
มาปักหลักปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่ย้ายมาอยู่มากคือ ม.5 บ้านอาโห และได้เกิดเป็นหมู่บ้านศาลาสองขึ้นมา ปัจจุบันศาลา 2
ลูกนี้ไม่ได้ปรากฏแล้ว เหลือเพียงที่ดินว่างเปล่า แต่บ่อร้างโบราณที่อยู่ใกล้ศาลายังคงอยู่จนถึงปัจจุบันและยังใช้ประโยชน์เหมือนสมัย
ก่อนทุกอย่าง ปัจจุบันพื้นดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลา 2 ลูก และบ่อโบราณอยู่ตรงกันข้ามปั๊มน้ำมันและร้านก๋วยเตี๋ยวปัจจุบัน ใน ม.4 บ้านศาลาสอง ต.สะดาวา
สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้าน คือ ศาลา 2 ลูก
|
ประวัติความเป็นมาของหมู่ 5 บ้านอาโห
คำว่า อาโห เป็นชื่อของไม้ไผ่ชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในหมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่า ไม้ไผ่อาโห
ในปัจจุบันไม้ไผ่อาโหยังมีอยู่มากมาย 2 ข้างทางเข้าหมู่บ้าน หมู่บ้านอาโหนี้เกิดก่อนสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 และในหมู่บ้านนี้สมัยนี้นั้น
ชาวบ้านจะเลี้ยงช้างไว้เป็นจำนวนมากและหมู่บ้านนี้จะเป็นทางผ่านของช้างด้วย ระหว่างที่ช้างผ่าน 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยไม้ไผ่อาโหเต็มไปหมด
หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าเป็น ทางผ่านของช้างหรือ ประตูทางผ่านของช้าง และไม้ไผ่อาโหนี้ยังเป็นอาหารของช้างอีกด้วย รวมถึงเป็นทางผ่านของช้าง
ที่ออกศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วยและ ปัจจุบันไม้ไผ่อาโหได้ค่อย ๆหมดไปพร้อมกับช้างที่มีอยู่คู่กันมาและได้เรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านอาโห
สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้าน คือ ไม้ไผ่ |
ประวัติความเป็นมาของหมู่ 6 บ้านบากง
คำว่า บากง แปลว่า ตลิ่งทอง
ชาวบ้านบากง เดิมอยู่ที่บ้านตือบิงหม๊ะ (ตลิ่งทอง) ได้แยกย้ายจากหมู่บ้านตือบิงหม๊ะ ส่วนหนึ่งไปอยู่ที่บ้านยามูเฉลิม และอีกส่วนหนึ่งมาอยู่ที่บ้านบากง
ตือบิงหม๊ะ ปัจจุบันไม่มีคนอยู่อาศัยเลย จนกลายเป็นสวนพืชผลต่าง ๆ เช่น ยางพารา เงาะ ทุเรียน ลองกอง มีร่องมัสยิดอยู่บากงเป็นชื่อพืชผักชนิดหนึ่ง
ต้นของมันคล้ายกับผักบุ้ง และจะขึ้นมาตามบริเวณริมน้ำ ทุ่งนา บึง ซึ่งได้สูญพันธ์ไป ชาวบ้านใกล้เคียงในสมัยนั้นเรียกว่า นาบากง เพราะมีต้นบากงมาก
ถ้าใครต้องการต้นบากงไปปรุงอาหาร ส่วนใหญ่จะมาหาบริเวณนาบากง ต้นบากงปัจจุบันยังมีอยู่ที่อุทยานทะเลบัน จังหวัดสตูล
โดยในหมู่บ้านได้สูญพันธ์ไปแล้วเมื่อมีชาวบ้านจากบ้านตือบิงหม๊ะ ได้ย้ายบ้านมาอาศัยที่นาบากง จึงตั้งชื่อหมู่บ้านนาบากงว่าบ้านบากง
คงไม่แปลกใจว่า ชาวบ้านยามูเฉลิม และบากงส่วนใหญ่จะนามสกุลตือบิงหม๊ะ ก็เพราะได้เอาชื่อหมู่บ้านที่เคยอาศัยอยู่ในอดีตนั่นเอง
สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้าน คือ ทองคำแท่ง |
ประวัติความเป็นมาของหมู่ 7 บ้านกูแบบาเดาะ
คำว่า กูแบบาเดาะ แปลว่า หนองแรด โดยคำว่า กูแบ แปลว่าหนอง และคำว่าบาเดาะ แปลว่า แรด และเมื่อรวมกันแล้วแปลได้ว่า หนองแรด
ในสมัยก่อนหมู่บ้านแห่งนี้แต่เดิมเป็นป่าใหญ่ ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่และในป่าแห่งนี้จะมีหนองอยู่แห่งหนึ่งนี้จะมีแรดอาศัยอยู่มากมาย
ปัจจุบันได้มีคนมาอาศัยปักหลักโดยโค่นป่าเพื่อทำที่อยู่อาศัยตั้งถิ่นฐาน รกรากที่หมู่บ้านนี้ จากที่เป็นป่าทึบปัจจุบันก็ได้ เกิดหมู่บ้านขึ้น
และที่หนองแรดก็ไม่ปรากฏแรดอีกเลย หนองแห่งนี้ปัจจุบันได้กลายเป็นทุ่งนาหมด และได้เรียก หมู่บ้านแห่งนี้ว่า กูแบบาเดาะ
หรือแปลเป็นไทยได้ว่า หนองแรด จนถึงปัจจุบัน
สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้าน คือ แรด |
ประวัติความเป็นมาของหมู่ 8 บ้านปูตะ
คำว่า ปูตะ เป็นภาษายาวี แปลว่าต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ยอดของมันสามารถนำมาประกอบอาหาร ได้มีชื่อภาษาไทยว่า ต้นจิก
ในสมัยก่อนแต่เดิมหมู่บ้านปูตะนี้ จะมีต้นปูตะ (ต้นจิก) ขึ้นมากมายในหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยต้นปูตะ ตลอดทางชาวบ้าน
จะนำยอดของต้นและใบนำมาประกอบอาหารลักษณะของใบและยอดของต้นปูตะจะมีลักษณะคล้ายต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นปูตะมีลักษณะ
ถ้าใบแก่ต้นก็จะมีลักษณะต้นสูงใหญ่ถ้าใบอ่อนก็จะมีลักษณะเล็กๆ ชาวบ้านนำมาประกอบอาหารโดยเอาส่วนยอดและใบ โดยจะนำมายำ มาดอง
ทำข้าวยำ(ในปัจจุบัน) ทำผักขนมจีน เป็นต้น ลักษณะยอดต้นปูตะจะไม่ขม จะมีลักษณะมัน ๆ จะมีสีเขียวๆ แดงๆ จะมีอยู่ 2 สี ปัจจุบัน
ชาวบ้านยังคงใช้ใบมาประกอบอาหารตามปกติ ปัจจุบันนี้ต้นปูตะได้ลดจำนวนลง เนื่องจากชาวบ้านเข้ามาอาศัยอยู่มาก
แต่ยังคงพบเห็นอยู่ประปรายในปัจจุบันและได้เรียกว่า บ้านปูตะ เป็นต้นมา และได้ใช้ชื่อหมู่บ้านเป็นนามสกุลกันอย่างถ้วนหน้า
สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้าน คือ ต้นจิก |